|
ทำไมจึงยืนเคียงข้างอิสราเอลวันนี้? |
|
|
|
เขียนโดย Dr. Jack W. Hayford
|
อิสราเอลเป็นดินแดนซึ่งพระเจ้าระบุซ้ำแล้วซ้ำเล่าในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ว่า – “เป็นของเรา” ไม่ว่าจะเป็นการเอ่ยถึงอย่างพิเศษ, โดยการพยากรณ์หรือการไถ่ พระองค์เอ่ยถึงอิสราเอลอย่างที่พระองค์ไม่เคยเอ่ยถึงดินแดนอื่นในโลกนี้มาก่อน อิสราเอลถูกยกขึ้นให้เป็นแสงสว่างแก่ชาวต่างชาติ
เมื่อครั้งที่คริสตจักรเริ่มก่อตั้ง มีเพียงสมาชิกที่เป็นชาวยิวเท่านั้น และยังคงเป็นเช่นนั้นตลอดจนกระทั่งพระกิตติคุณได้เผยแพร่ออกไป ในที่สุดพระกิตติคุณได้ออกไปถึงเมืองอันติโอก – ที่ซึ่งการประชุมของชาวต่างชาติเกิดขึ้นครั้งแรก – เป็นฐานที่ใช้ในการเผยแผ่พระกิตติคุณไปยังทั่วโลก
ในหนังสือโรมบทที่ 9-11 อัครสาวกเปาโลได้ตอบคำถามของชาวยิวเกี่ยวกับการจัดเตรียมและวัตถุประสงค์ของพระเจ้า ทั้ง 3 บทนี้เป็นบทที่โดดเด่นด้วยตัวเอง ท่ามกลางพระคัมภีร์ทั้งเล่ม เพื่อสาธยายทฤษฎีเกี่ยวกับการตอบสนองของพระเจ้ากับชาวยิว ประชากรยิวคือ “ผลแรก” .... “ประชากรแรก” (ผ่านอับราฮัม) ที่เข้าใจถึงพระเจ้าผู้กระทำพันธสัญญา จากนั้นชาวยิวจึงเป็นผู้ถ่ายทอดความล้ำลึกของความจริงนี้แก่ชาวโลก และโดยพวกเขา พระเมสิยาห์ได้เข้ามาในโลกนี้ พระวจนะของพระเจ้าเรียกชาวยิวว่า “ราก” และพวกต่างชาติว่า “กิ่ง” เราได้ถูกย้ำเตือนว่า “พวกเขาถูกหักออก ก็เพราะเขาไม่เชื่อ แต่ที่ท่านอยู่ได้ก็เพราะความเชื่อ” เราไม่ควรจะเย่อหยิ่งแต่ควรยำเกรง “เพราะว่าเมื่อพระองค์ไม่ได้ทรงหวงกิ่งเหล่านั้นที่เป็นกิ่งเดิม พระองค์ก็จะไม่ทรงหวงท่านเหมือนกัน” เมื่อความบริบูรณ์ของชาวต่างชาตินั้นสมบูรณ์แล้ว “อิสราเอลทั้งชาติก็จะได้รับความรอด” (11:16-27)
พวกเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาแห่งการย้ำเตือนของประวัติศาสตร์ ที่เรียกเรา ในฐานะที่เป็นผู้เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ ให้ยืนเคียงข้างอิสราเอล เราอาจเป็นผู้คนในชั่วโมงสุดท้าย เราไม่ควรมองการพยากรณ์ด้วยท่าที่ด้านลบ เราถูกเรียกให้อธิษฐานด้วยความกระหาย อธิษฐานวิงวอน และทำพันธิกจ ตามพระวจนะของพระผู้ช่วยให้รอดของเราที่ตรัสว่า ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะเดาว่าวาระสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่ แต่เป็นความรับผิดชอบของเราที่จะประกาศเรื่องแผ่นดินพระเจ้าจนกว่าพระองค์จะ เสด็จมา (ลูกา 19:13) นี่ไม่ใช่การเมืองแต่เป็นพระวจนะของพระเจ้า .... แต่เป็นการเกี่ยวโยงทางการเมืองอย่างน่าทึ่งเหลือเกิน พระวจนะกล่าวว่า วันเวลาจะมาถึงเมื่อประชาชาติในโลกจะลุกขึ้นต่อสู้อิสราเอล มันมีความเป็นไปได้สูงมากที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นในยุคของเรา จึงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่เราจะเข้าใจว่าทำไมเราจึงต้องอยู่เคียง ข้างอิสราเอลในวันนี้ : เหตุผล 8 ประการในการยืนเคียงข้างอิสราเอล 1. ผู้เชื่อทุกๆคนถูกระบุให้จัดลำดับความสำคัญให้ชาวยิวเป็นอันดับแรก ในด้านคุณค่าและระลึกถึงด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้าที่พระองค์ทำงานของ พระองค์ผ่านพวกเขาในฐานะประชากร
ความเข้าใจพื้นฐานของความสนใจต่อชนชาติยิว ต้องทำด้วยความเข้าใจ พระบัญชาของพระเจ้าและสิ่งที่พระองค์ตรัสก่อน ว่ามีความเกี่ยวข้องกับประชากรชาติหนึ่งและแผ่นดินแห่งหนึ่ง • ผู้เชื่อทุกๆคนถูกเรียกให้จัดลำดับความสำคัญด้านคุณค่า แก่ชาวยิวเป็นอันดับแรก เพราะพระองค์ได้กระทำเช่นนั้น • พระองค์ทรงเลือกมนุษย์ .... พระองค์ทรงเริ่มด้วยการเลือกชายคนหนึ่งที่ชื่อ อับราฮัม พระองค์ตรัสว่าโดยพงศ์พันธ์ของอับราฮัม (กับนางซาราห์ผู้เป็นภรรยา และให้บุตรชายที่พระองค์ทรงสัญญาถือกำเนิดขึ้น ชื่ออิสอัค) ประชาชาติทั้งโลกจะได้รับพระพร .... มนุษย์ทุกคนได้พบหนทางสู่พระพรของพระเจ้าผู้ทรงฤทธิ์ • ในปฐมกาล 12:3 พระองค์ตรัสในพันธสัญญากับอับราฮัมว่า “เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า” - พันธสัญญานี้ไม่เพียงเกี่ยวข้องกับประชากร (ชาวยิว) เท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงแผ่นดิน (อิสราเอล) - พระเจ้าจะพิพากษาประชาชาติและจัดการกับการตัดสินใจของพวกเขา เช่นเดียวกับที่พระองค์จัดการกับบุคคลแต่ละบุคคล • พระเจ้าเลือกสรรค์พวกเขาเพื่อวัตถุประสงค์ “พวกเขาเป็นคนอิสราเอล ได้รับการทรงให้เป็นบุตรของพระเจ้า และพระสิริของพระเจ้าปรากฏแก่เขา และเขาได้รับบรรดาพันธสัญญา และการทรงประทานธรรมบัญญัติ และพิธีนมัสการพระเจ้า และพระสัญญา 5ทั้งอัครปิตาก็เป็นของเขาด้วย และพระคริสต์ก็ได้ทรงถือกำเนิดเป็นมนุษย์ในเชื้อชาติของเขา สาธุการแด่พระเจ้าผู้เป็นใหญ่เหนือสารพัดเป็นนิตย์ อาเมน” (โรม 9:4) - การรับเป็นบุตร: การทรงเลือกเหนือธรรมชาติของพระเจ้า ให้พงศ์พันธุ์ของอับราฮัมมาเป็นประชากรของพระองค์ - พระเกียรติสิริ: การทรงสถิตของพระเจ้าได้เปิดเผยพระองค์ - พันธสัญญา: คำมั่นสัญญาของพระองค์: พันธสัญญากับอับราฮัม .... พระเจ้าตรัสว่า “เราจะให้ประชาชาติและดินแดนแก่เจ้าและโดยพงศ์พันธุ์ของเจ้าประชาชาติบนโลก จะได้รับพระพร” (ปฐมกาล 17) พันธสัญญากับโมเสส ... การเปิดเผยธรรมบัญญัติ ประทานเพื่อให้ใช้ในการนำเรามาสู่พระคริสต์ การไถ่โดยโลหิตของพระเมษโปรดก พันธสัญญาใหม่ .... ในหนังสือเยเรมีห์และเอเสเคียลพระเจ้าได้ตรัสด้วยถ้อยคำที่เกือบคู่ขนานกัน “เวลาจะมาถึงเมื่อเราจะนำเอาบัญญัติของเราและจะกระทำพันธสัญญาใหม่กับเจ้า และเราจะใส่จิตวิญญาณของเราภายในเจ้า” - ของประทานที่ยิ่งใหญ่: มหัศจรรย์ พระเยซูผู้เป็นของประทานแก่มนุษย์ชาติ พระเจ้าทรงรักโลกจนได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ .... พระองค์ประทานผ่านทางชาวยิว และพระองค์ก็มาเกิดเป็นชาวยิว พระเยซูเองตรัสแก่หญิงชาวสะมาเรียว่า “ความรอดเป็นของชาวยิว” ฉะนั้นพระวจนะของพระเจ้าได้พูดกับเราอย่างชัดเจน: เรากำลังทำงานกับรากของทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยของพระเจ้าต่อ มนุษย์ชาติ การพิสูจน์ในเรื่องนี้คือการมีตัวตนของชนชาติยิวที่เป็นประชากรและเรื่อง จริงที่ว่าพวกเขาได้กลับมาเป็นประเทศอีกครั้งหนึ่ง ทุกวันนี้การดิ้นรนก็เพื่อกรุงเยรูซาเล็ม, เพื่ออิสราเอล, เพื่อการมีชนชาติยิวและสิทธิของพวกเขาที่จะมีดินแดนครอบครอง มีเพียงไม่กี่ประเทศเท่านั้นที่ยินยอมรักษาคำมั่นที่จะยืนเคียงข้างชาวยิว และอิสราเอล แต่พระคัมภีร์ก็บอกแก่เราว่าพระเจ้าจะให้เกียรติผู้ที่ทำเช่นนั้น
2. บทบาทของเราต่อพระเจ้า ทำให้เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะถูกเชื่อมต่อกับชาวยิวในฐานะประชากรและ แผ่นดินของอิสราเอลตามพระวจนะของพระเจ้า • เมื่อเราเชื่อวางใจในพระผู้ไถ่ผู้ซึ่งบังเกิดจากเชื้อสายยิว เราก็ถือว่าได้เข้าส่วนกับผู้เชื่อในพระเจ้า ตามพระคุณที่ได้สำแดงและตามวัตถุประสงค์ของการไถ่ • พระวจนะกล่าวไว้ว่า ในแง่ของพระวิญญาณ, เมื่อเราต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต เราก็กลายเป็นคนยิวคนหนึ่ง (โรม 2:28-29; กาลาเทีย 3:26-29) • ถ้าเราเป็นผู้เชื่อ เราไม่สามารถกระทำตามพระวจนะได้หากเรายังมีท่าทีที่ลบต่อชาวยิวและอิสราเอล
3. พระเจ้าได้ประกาศเกี่ยวกับแผ่นดินอิสราเอลเป็นพิเศษ ซึ่งยังไม่เคยยกเลิกมาก่อน: • เลวีนิติ 25:23 – แผ่นดินเป็นแผ่นดินของพระเจ้า และเป็นเรื่องของพระองค์ที่จะมอบหมายและกำจัด: “แผ่นดินจะไม่ถูกขายอย่างถาวรเพราะแผ่นดินนี้เป็นของเรา...” • เฉลยธรรมบัญญัติ 32:43 – “โอ ประชาชาติทั้งหลาย จงสรรเสริญประชากรของพระองค์ ...... พระองค์จะทรงทำการลบมลทินแผ่นดินแห่ง ประชากรของพระองค์” • 2 พงศาวดาร 7:20 พระเจ้าตรัสว่าหากประชากรผิดต่อเรา “...เราจะถอนรากเขาทั้งหลายจากแผ่นดินของเรา ซึ่งเราได้ให้แก่เขา...” • สดุดี 85:1-2 “ข้าแต่พระเจ้า พระองค์ได้ทรงโปรดปรานแผ่นดินของพระองค์ พระองค์ทรงให้ยาโคบกลับสู่สภาพดี พระองค์ได้ทรงยกความบาปผิดของประชากร ของพระองค์เสีย พระองค์ทรงกลบเกลื่อนบาปทั้งสิ้นของเขา” • อิสยาห์ 8:8 แผ่นดินเป็นของพระเจ้าพระบิดาและเป็นแผ่นดินของพระเมสิยาห์ของพระองค์ “ .... และปีกอันแผ่กว้างของมันจะเต็มแผ่นดินของท่านนะ ท่านอิมมานูเอล” • เยเรมีห์ 2:7 – พระองค์ตรัสบอกประชากรว่าทำไมจึงเกิดการสูญเสีย การทำลายกรุงเยรูซาเล็ม “และเราได้พาเจ้าทั้งหลายเข้ามาในแผ่นดินเรือกสวนไร่นา.... แต่เมื่อเจ้าเข้ามา เจ้าได้กระทำให้แผ่นดินของเราเป็นมลทิน และกระทำให้มรดกของเราเป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่าชัง” • เอเสเคียล 38:16 – พระเจ้ากำลังตรัสแก่ประชาการในยุคสุดท้ายผู้ที่ลุกขึ้นต่อสู้อิสราเอล พระเจ้ากำลังตรัสถึงการเผชิญหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นในแผ่นดินของพระองค์ “เจ้าจะมาต่อสู้อิสราเอลประชากรของเรา .....เราจะนำเจ้ามาต่อสู้กับแผ่นดินของเรา เพื่อประชาชาติทั้งหลายจะรู้จักเรา โกกเอ๋ย ในเมื่อเราสำแดงความบริสุทธิ์ของเราท่ามกลาง เจ้าต่อหน้าต่อตาเขา” • โยเอล 1:6, 2:18, 3:2 – มี 3 ครั้งในพระธรรมเล่มนี้ ที่ได้กล่าวถึงแผ่นดินนี้ว่าเป็นแผ่นดินของพระเจ้า “เพราะว่าประชาชาติหนึ่งได้ขึ้นมาสู้กับแผ่นดิน ของข้าพเจ้า.....” (1:6) “แล้วพระเจ้าทรงหวงแหนแผ่นดินของพระองค์” (2:18) “เราจะรวบรวมบรรดาประชาชาติทั้งสิ้น และนำเขาลงมาที่หุบเขาเยโฮชาฟัท และเราจะเข้าสู่การพิพากษากับเขา ที่นั่นด้วยเรื่องประชากรของเรา คืออิสราเอลมรดกของเรา เพราะว่าเขาได้กระจายชนชาติของเรา ไปท่ามกลางประชาชาติ และได้แบ่งแผ่นดินของเรา” (3:2) • โฮเชยา 9:3 – นี่หมายถึงการกระจัดกระจายของอิสราเอล: “เขาทั้งหลายจะไม่ได้ค้างอยู่ในแผ่นดินของพระเจ้า แต่เอฟราอิมจะกลับไปยังอียิปต์เขาจะรับประทานอาหารไม่สะอาดอยู่ที่ในอัส ซีเรีย” • เศคารียาห์ 9:16 – “ในวันนั้น พระเยโฮวาห์พระเจ้าของเขาจะทรงช่วยเขาเพราะเขาทั้งหลายเป็นประชากรของ พระองค์ดังฝูงแกะ เขาทั้งหลายจะส่องแสงในแผ่นดินของพระองค์อย่างกับเพชรที่อยู่ในมงกุฎ” เมื่อเราพูดถึงอิสราเอล เรากำลังพูดถึง: (1) แผ่นดินผืนหนึ่งที่พระเจ้าได้ประกาศถึง (2) ประชากรของพระเจ้าที่ได้รับแผ่นดินของพระองค์ นี่เป็นเรื่องใหญ่ของพระผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง และไม่สามารถต่อรองได้ สิ่งที่พระเจ้าได้ตรัสเกี่ยวกับอิสราเอลอย่างพิเศษเฉพาะนั้นไม่เคยมีการยก เลิกมาก่อนเลย • ไม่เพียงแต่แผ่นดินนี้จะเป็นของพระเจ้า แต่พระองค์ยังได้มอบหมายแผ่นดินนี้แก่อับราฮัมและพงศ์พันธุ์ของเขาผ่านอิส อัคตลอดไป (ปฐมกาล 17:7-8) • “เราได้ซ่อนหน้าของเราจากเจ้า ด้วยความพิโรธอันท่วมท้นอยู่ครู่หนึ่ง....แต่ความรักมั่นคงของเราจะไม่พราก ไปจากเจ้าและพันธสัญญาแห่งสันติภาพของเราจะไม่คลอนแคลนไป .....” (อิสยาห์ 54:8-10) • การสูญเสียการปกครองของอิสราเอลเนื่องจากบาปและการถูกกระจายออกไปนั้นไม่ ได้เปลี่ยนแปลงคำมั่นของพระเจ้าที่พวกเขาจะได้ครอบครองตลอดไป (อ่านเอเสเคียล 37:1-28)
4. ความขัดแย้งในอิสราเอลเกิดขึ้นในปัจจุบันไม่ได้มาจากการริเริ่มของอิสราเอล หรือการขยายเขตแดนในส่วนของพวกเขา ท่าทีโดยทั่วไปของชาวโลกในปัจจุบันเห็นชาวปาเลสไตน์เป็นเบี้ยล่าง แต่อิสราเอลกำลังปกป้องแผ่นดินแห่งพันธสัญญาที่ได้รับคืนในปี 1917 และก่อตั้งขึ้นโดยสหประชาชาติในปี 1948 เป้าหมายของปาเลสไตน์ไม่ใช่เพื่อครอบครองดินแดนแต่เพื่อขับไล่อิสราเอลออกไป จากดินแดนทั้งหมด และ เพื่อทำให้ประชาชาติตำหนิอิสราเอล ชาติอาหรับที่รายล้อมอิสราเอลไม่เคยเสนอที่ดินแดนให้ปาเลสไตน์ได้อพยพไป ประชาชาติในโลกส่วนใหญ่ไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่มีใครสนใจที่จะบอกพวกเขาเพราะความเห็นอกเห็นใจถูกกลบเกลื่อนด้วยแรงอื่นๆ
5. การยืนอยู่ข้างอิสราเอลไม่ได้หมายถึงการต่อต้านโลกอาหรับ หรือต่อต้านการอาศัยอยู่ของชาวอาหรับในอิสราเอลอย่างมีสันติ มีเสถียรภาพทางการเมืองและชีวิตที่เจริญรุ่งเรือง พระเจ้าไม่ทรงขัดขวางผู้คนที่เข้ามาอาศัยในแผ่นดินนี้ และยิ่งชาวอาหรับที่เป็นพงศ์พันธุ์ของอิสมาเอล บุตรอีกคนของอับราฮัม การยืนอยู่ข้างอิสราเอลไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกับโลกอาหรับ และไม่จำเป็นต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างขาดความรัก 6. การเป็นปฏิปักษ์อย่างไม่หยุดยั้งต่ออิสราเอลของโลกอาหรับนั้น ไม่ได้มาจากเหตุผลทางการเมือง เพียงอย่างเดียวหากแต่ถูกพลักดันด้วยอำนาจฝ่ายวิญญาณ มันจะไม่พอใจจนกว่าอิสราเอลไม่หลงเหลืออยู่เลย
พลังที่ต่อต้านอิสราเอลไม่ได้มาจากประชากรที่ไม่ชอบพวกยิวเท่านั้น เราถูกดักอยู่ในกระแสพลังฝ่ายวิญญาณที่ยิ่งใหญ่กว่ามนุษย์ พลังที่ไม่สามารถทำลายลงได้ด้วยการเมืองหรือการชักชวน พลังเหล่านี้ทำลายลงได้ด้วยพลังแห่งการอธิษฐานให้ความชั่วร้ายและฤทธิ์อำนาจ ของมันถูกคว่ำลง 7. วิญญาณชั่วที่พลักดันความบาดหมางนี้ก็ต่อต้านคริสเตียนแบบเดียวกับยิวและในที่สุดก็จะข่มเหงทั้งสองฝ่าย อย่างที่พระวจนะระบุไว้ว่าจะมีพยาน 2 คนที่ถูกประหารในเยรูซาเล็มในยุคสุดท้าย (วิวรณ์ 11) มีเพียงพยาน 2 คนเท่านั้นที่ยืนอยู่ฝ่ายพระเจ้าตลอดประวัติศาสตร์ – ยิวและคริสเตียน ความขัดแย้งและเกลียดชังนั้นมีต่อผู้เชื่อพอๆกับที่มีต่อชาวยิวเพราะว่ามี วิญญาณในโลกที่ต่อต้านทุกอย่างที่เรียกว่าพระเจ้าและทุกสิ่งเกี่ยวกับ พระองค์ • พระเจ้าในฐานะผู้ทรงสร้าง: ผู้ที่เจ้าของแห่งการนมัสการ • พระเจ้าในฐานะผู้พิพากษา: ผู้ที่เราต้องให้คำตอบ • พระเจ้าในฐานะผู้ไถ่: ผู้ได้ปรากฏพระองค์ในลักษณะพระบุตรคือองค์พระเยซูคริสต์ • พระเจ้าในฐานะผู้ที่ให้กฏบัญญัติแก่มนุษย์ชาติ: ผู้ที่เราต้องรับผิดชอบต่อการประพฤติตนของเรา
8. เป็นพระบัญชาในพระคัมภีร์และพระสัญญาที่เรียกให้เรายืนอยู่ในความเชื่อ, การอธิษฐานวิงวอนด้วยความคาดหวังและการสนับสนุนของเราด้วยคำมั่น เราถูกเรียกให้ยืนอยู่เคียงข้างอิสราเอลในวันนี้เพราะว่าเราอาจเป็นประชากร ของชั่วโมงสุดท้าย พระเจ้าได้เรียกเราให้เป็นประชากรที่มีจริยธรรมและความเชื่อมั่นในพระ คัมภีร์ให้ก้าวอย่างชาญฉลาดและรู้พระวจนะของพระองค์ พระองค์จะให้เกียรติแก่ผู้ที่ยึดมั่นแน่วแน่ที่จะยืนอยู่ข้างแผ่นดินที่ พระองค์เรียกอย่างพิเฉพาะเจาะจงว่าเป็นของพระองค์ (สดุดี 122:6) สิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อ “ยืนเคียงข้างอิสราเอล”
• เตรียมข้อมูลที่เชื่อถือได้ให้พร้อม, หลีกเลี่ยงความลำเอียงและไม่ให้มี “จุดบอด” เข้าใจหลักการณ์ของสำนักข่าวที่โด่งดัง วิเคราะห์ข่าวสารอย่างระมัดระวังแต่ไม่ใช่ด้วยความระแวงสงสัย ทำความคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลางและทำความเข้าใจกับศตวรรษที่ ผ่านมา • ยอมรับด้วยความสัตย์ซื่อเสมอในการที่พระคัมภีร์เรียกให้ “อธิษฐานเผื่อสันติภาพในเยรูซาเล็ม” (สุดดี 122:6) และอธิษฐานขอให้ประเทศของเราเองจะบริหารประเทศตามอย่างปฐมกาล 12:1-3 ... “เราจะอวยพรผู้ที่อวยพรเจ้า....” • อธิษฐานขอให้ได้ไปเยือนแผ่นดินอิสราเอลเพื่อให้การสนับสนุนอย่างเป็น รูปธรรม • แสดงมิตรภาพต่อเพื่อนชาวยิว ให้คำมั่นว่าคุณ, ในฐานะผู้เชื่อ, จะยืนอยู่เคียงข้างอิสราเอล โดยคุณกระทำตามคำมั่นในพระคัมภีร์ที่มีต่อพระเจ้า • ขณะที่เรารับรู้เรื่องราวของมุสลิมหัวรุนแรงที่ชอบก่อการร้าย เราจะต้องมีน้ำใจต่อผู้อื่น ขอให้เราลงมือกระทำเพราะเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ วันนี้การเผชิญหน้ากันดูเหมือนจะเป็นการเผชิญหน้าระหว่างประชาชาติของโลกกับ อิสราเอลและผู้คนที่ยืนอยู่ฝ่ายอิสราเอล คำถามสุดท้ายดูเหมือนว่า “ใครอยู่ฝ่ายพระคริสต์และทางของพระองค์และใครที่ไม่ใช่?” พระเจ้าได้ทรงเรียกเราให้เป็นประชากรที่ออกไปสัมผัสประชากรและจะยืนหยัดด้วย จริยธรรมและความมั่นคงในพระคัมภีร์ต่อกรณีที่วิกฤติ .... และนี่ก็เป็นกรณีอย่างนั้น |